หัวข้อสำคัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

[รีวิวเกม] Persona 3 Portable

เช่นเดียวกับเกมอื่นๆ ในซีรีส์นี้ เกม Persona 3 Portable ยังคงเป็นเรื่องของกลุ่มตัวละครในโรงเรียนมัธยมที่นำโดยตัวเล่นหลักที่ผู้เล่นเลือกซึ่งในกรณีนี้คือนักเรียนที่ย้ายกลับมาที่บ้านเกิดของตนสิบปีหลังจากการเสียชีวิตของพ่อแม่ แต่แล้ว สิ่งต่างๆ กลับมืดมนขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อผู้เล่นได้พบกับ ดาร์ค อาวร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ซ่อนเร้นหลังเที่ยงคืนเมื่อดวงจันทร์อันน่ากลัวส่องแสงจ้าและมนุษย์ทุกคนกลายเป็นศพที่นิ่งขึงไปชั่วครู่

ตัวอย่างเกม Persona 3 Portable

Persona 3 Portable ผู้ที่มีพลังในการปลุก Persona จะยังคงรักษาความเป็นมนุษย์ของตนไว้ได้ในช่วงเวลานี้ แต่ไม่นานก่อนที่ผู้เล่นจะถูกชวนจากผู้ใช้ Persona คนอื่นๆ ให้เข้าร่วมชมรมหลังเลิกเรียนเพื่อต่อสู้และสืบสวนความเป็นมาของเจ้าเงามืดที่ปรากฎตัวในช่วงดาร์ค อาวร์ โดยเหล่าผู้เล่นเกมจะร่วมกันสำรวจและต่อสู้เพื่อขึ้นหอคอยขนาดมหึมาที่มีชื่อว่าทาร์ทารัสในยามค่ำคืนเพื่อค้นพบคำตอบบนยอดหอคอยนั้น THE LEGEND OF ZELDA

โดยรวมโทนสีที่มืดหม่นของเรื่องราวในเกมเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เนื่องจากใช้ความตายเป็นแก่นเรื่องที่บอกเล่าเหตุการณ์และการตัดสินใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องราวที่มีระยะเวลากว่า 60 ชั่วโมงนี้ นั่นไม่ได้หมายความว่าเกมนี้จะขาดช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานตื่นเต้นไป เพราะแน่นอนว่ามีการเล่นมุกตลกเบาสมองมากมายที่แฟนๆ ของเกมนี้จะต้องคุ้นเคย อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องของเกมนี้มีกลิ่นอายที่หนักกว่าและน่ากลัวกว่ามาก สิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้ดีกว่าหรือแย่กว่าภาคต่อๆ มาในซีรีส์นี้ แต่ความชื่นชมอยู่ที่เอกลักษณ์ของเกมในภาคนี้ที่แตกต่างออกไป Animal Crossing

การเล่นเกมนี้เป็นไปตามสูตรของการผสมผสานองค์ประกอบของแถบชีวิตเข้ากับการผจญภัยในดันเจี้ยนแบบดั้งเดิม นั่นคือ ในตอนเช้า ผู้เล่นจะไปโรงเรียน ไปเที่ยวกับเพื่อน และทำงานพาร์ทไทม์ แต่ในตอนกลางคืน ผู้เล่นจะได้ก้าวเข้าสู่ทาร์ทารัสกับผู้เล่นคนอื่นๆ และกำจัดเจ้าเงามืดในแต่ละพื้นที่พร้อมๆ กับเก็บเงินและอุปกรณ์ไปด้วย MARIO KART 8 DELUXE แม้ว่าจะต้องใช้เวลาสองหรือสามชั่วโมงกว่าจะออกจากประตูเพื่อครบรอบการเล่นเกมนี้เพื่อค้นพบฐาน แต่สิ่งต่าง ๆ จะเข้ากันได้ดีขึ้นเมื่อผู้เล่นเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของตัวละครที่ตนเองเลือกและเริ่มไล่ตามเป้าหมายต่าง ๆ ที่วางไว้

แม้ว่าการหลอมรวม Persona เข้าด้วยกันจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่า แต่กลับเป็นเรื่องล้าสมัยที่สุดของเกมนี้ เพราะผู้เล่นไม่สามารถเลือกได้ด้วยตนเองว่าทักษะใดของตัว Persona จะได้รับการสืบทอดในระหว่างการหลอมรวม ซึ่งอาจทำให้การสร้างทีมตัวละครในแบบที่ต้องการเป็นเรื่องยาก มีตัวอย่างหลายกรณีที่ผู้เล่นต้องการหลอมรวม Persona สองคนในทีมที่ Fire emblem engage gameplay มีแถวยาวเกินไป แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากตัวละครที่เกิดขึ้นใหม่จะไม่สืบทอดสมรรถนะที่มีประโยชน์ใดๆ ของตนเองได้

การต่อสู้ในเกมนี้จะเป็นไปตามรูปแบบการต่อสู้แบบโจมตีทีละตัว “มากกว่าหนึ่งครั้ง” โดยมีเป้าหมายเพื่อระบุจุดอ่อนด้านองค์ประกอบและใช้ประโยชน์จากเจ้าเงามืด ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นใช้ตัวละครที่เลือกโจมตีศัตรูได้อีกหนึ่งครั้ง หากสามารถจัดการศัตรูทั้งหมดก่อนที่หนึ่งในนั้นจะมีโอกาสโจมตีกลับ ผู้เล่นจะสามารถเปิดการโจมตีแบบทุ่มสุดพลังได้โดยให้ตัวละครทั้งทีมกระโดดเข้าโจมตีศัตรูทั้งหมดในคราวเดียว แม้ว่าการต่อสู้ในเกมนี้จะขาดคุณสมบัติบางอย่างที่มีในภาคต่อเช่น บาตอง พาส เป็นต้น แต่สิ่งที่ปรากฏในเกมก็สนุกและน่าตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเพลงประกอบนั้น เกมนี้ผสมผสานดนตรีป๊อป ฮิปฮอป ร็อค และแจ๊สเข้าด้วยกันจนเป็นเพลงที่น่าเต้นและมีจังหวะสนุกสนานซึ่งแตกต่างอย่างมากกับเรื่องราวอันมืดหม่น แน่นอนว่าเกมนี้มีแทร็กดนตรีที่หนักหน่วงในระหว่างการต่อสู้และการสำรวจพื้นที่ แต่โดยรวมแล้ว เพลงประกอบให้ความรู้สึกดีและผ่อนคลายกว่าที่คาดไว้มาก Neptunia: Sisters vs Sisters review

บทสรุปรีวิว

เกม Persona 3 Portable นี้ยังคงความสนุกสนาน เรื่องราวของเกมที่น่าดึงดูดใจและรูปแบบการเล่นที่มีความสมดุลจะทำให้ผู้เล่นตัดสินใจซื้อได้ง่าย แม้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเกม เช่น พื้นที่ของทาร์ทารัสที่จำเจ การนำเสนอรูปแบบภาพในมิติใหม่ๆ และการขาดเนื้อหาเกี่ยวกับ FES เป็นต้น จะฉุดรั้งความสำเร็จไว้ก็ตาม แต่เกมนี้ก็เป็นเกมที่น่าสนใจสำหรับผู้เล่นที่เคยเล่นเกมนี้มาแล้วใน P4G และ P5R และผู้เล่นที่อยากจะเล่นเกม Persona อีกสักครั้งในชีวิต เกมนี้ยังคงเป็นภาคต่อที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนๆ และน่าจะได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้เล่นที่มีความรู้เกี่ยวกับซีรีส์ของเกม Persona แต่ด่านการผจญภัยที่ยากขึ้นบางด่านอาจทำให้ผู้เล่นบางกลุ่มไม่ถูกใจ Persona 3 Portable